ข่าวเด่น

ข่าวเด่น


มช. จับมือมหาวิชชาลัยอุโมงค์ ร่วมสร้างพลเมืองและนวัตกรรมทางสังคม




          นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักวิจัยชุมชน 13 ทีม  ร่วมสร้างพลเมืองและนวัตกรรมทางสังคมผ่านการทำงานแบบชุดโครงการ “การสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนากระบวนการจัดการความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น” ตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูน เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 สถาบันที่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิชาการ และสถาบันการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปกครองการบริหารจัดการท้องถิ่น เป็นต้น ทั้งนี้ด้วยการทำงานในรูปแบบ Community project based  research ซึ่งได้รับงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้การทำงานของโครงการจัดตั้งหน่วยสนับสนุนวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

          กระบวนการทำงาน เป็นการทำงานที่ต่างฝ่ายต่างเอื้อการทำงานต่อกันและกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ งานวิจัยแต่ละงานนั้นสามารถผลักดันให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะของชุมชนที่สามารถเข้าไปเป็นแผนต่อการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้ จากสภาพปัญหา หรือประเด็นที่เป็นจริงที่จะต้องการดำเนินงาน เพื่อเกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับชุมชนและท้องถิ่น ความเป็นอยู่ของประชากรในพื้นที่ การทำงานในรูปแบบดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนากระบวนการสร้างพลเมืองเพื่อการจัดการความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นของตำบลอุโมงค์และตำบลเครือข่าย  พร้อมทั้งวิเคราะห์เงื่อนไขที่เอื้อและเป็นอุปสรรคต่อการสร้างพลเมืองภาคประชาชน  วิเคราะห์ลักษณะพลเมืองของตำบลอุโมงค์และ 20 ตำบลเครือข่าย วิเคราะห์บทบาทและศักยภาพของ อปท. รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการสร้างพลเมืองและพัฒนากระบวนการจะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงบทบาทและพัฒนาศักยภาพของตนเอง  เพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทีมวิจัยได้ปรับใช้วิธีวิทยาวิจัย งานวิจัยเพื่อพัฒนา โดยสนับสนุนการดำเนินงานของ 13 โครงการวิจัยย่อย ซึ่งนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 13 ทีม จำนวน 40 คน ได้ปรับใช้งานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นวิธีวิทยาวิจัย ทำวิจัยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับนักวิจัยชุมชน 13 ทีม จำนวน  341 คน
     
          จากการทำงานในรูปแบบของหน่วยวิชาการที่หนุนเสริมองค์ความรู้เดิมหรือภูมิปัญญาเดิมนั้น เป็นการต่อยอดสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ทำให้เกิดการพัฒนา รวมถึงตรงต่อความต้องการของสถานการณ์ในพื้นที่ปัจจุบัน หรืออาจะเรียกได้อีกอย่างว่า “หากจะพัฒนาชุมชนให้เกิดความยั่งยืนนั้นคงไม่ใช่เพียงการคงสภาพองค์ความรู้ของชุมชนไว้เพียงเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาชุมชนให้สามารถตั้งรับต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคม เพื่อเกิดความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”



(แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/UmongModel)

สำนักงานประสานงานวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  รายงาน






[post:12 มีนาคม 2561 13:45:55] (view: 6)

รูปภาพประกอบข่าว

Copyright © 2016 Public Relations Office Chiang Mai University, All rights reserved.