ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม

ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม


มช. จับมืออุทยานวิทย์ฯ ผลักดันข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่ ยกระดับพันธุ์ข้าวท้องถิ่นไทยสู่เศรษฐกิจด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมครบวงจร


        อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แม่ข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ) ผสาน ความร่วมมือคณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมวิจัยพัฒนาข้าวก่ำล้านนา 3 สายพันธุ์ใหม่ ก่ำเจ้า มช. 107, ก่ำหอม มช. และก่ำดอยสะเก็ด ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค พร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ UTD RF (Uniform Thermal Distribution of Radio Frequency) พร้อมโลโก้มาตรฐานรับรอง ยกระดับข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจจากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยครบวงจร
   
          ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผย อุทยานฯ ผสานความร่วมมือกับคณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าวในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งเสริมวิจัยพัฒนาข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่ผ่านโครงการวิจัยร่วมกับภาคเอกชน (Collaborative Research Program) พร้อมผลักดันผลงานวิจัยเข้าโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือผ่านโครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ (Industrial Research and Technology Capacity Development Program : IRTC) ในฐานะหน่วยงานแม่ข่ายดำเนินการขับเคลื่อนอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อยอดงานวิจัยด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาและยกระดับข้าวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ข้าวอย่างครบวงจรตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
  
         รองศาสตราจารย์ ดร.ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย อาจารย์นักวิจัยจากภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ สาขาวิชาพืชไร่ กล่าวว่า ข้าวก่ำล้านนาสายพันธุ์ใหม่มีจุดเริ่มต้นจากคณะวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้ศึกษา ทดลอง วิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงและการคัดเลือกพันธุ์ในแบบต่างๆ จนได้ข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาจากสายพันธุ์พื้นเมืองเดิมถึง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ก่ำเจ้า มช. 107, ก่ำหอม มช. และก่ำดอยสะเก็ด ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าข้าวสายพันธุ์ยอดนิยมอย่างข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 โดยมีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และสารแอนโทไซยานินสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจ ลดคอเรสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งกระเพาะ การหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และการรวมตัวของเกล็ดเลือด
    
            ดร.ปณิตา บุญสิทธิ์ อีกหนึ่งในคณะนักวิจัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ข้าวก่ำทั้ง 3 สายพันธุ์ มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน โดยก่ำเจ้า มช. 107 นั้น มีเยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีม่วงดำสนิท ไม่มีสีอื่นปน และเมื่อหุงสุกหรือเย็นแล้วเม็ดข้าวก็ยังคงมีลักษณะอ่อนนุ่ม สำหรับก่ำหอม มช. จะมีกลิ่นหอม มีปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และแอนโทไซยานินสูง โดยข้าวสายพันธุ์นี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ข้าวก่ำคุณภาพดีที่สุด ตอบสนองความต้องการของตลาดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สำหรับสายพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด เมล็ดจะมีเปลือกสีม่วง เป็นข้าวเหนียวดำที่มีปริมาณแกมมาโดไรซานอล วิตามินอี และสารแอนโทไซยานินในระดับสูง พร้อมกระจายพันธุ์แก่เกษตรกร
    
          ปัจจุบันข้าวก่ำทั้ง 3 สายพันธุ์ได้รับการพัฒนาและยกระดับข้าวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างครบวงจร จากงานวิจัยในระดับแปลงทดสอบมาจนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรต้นน้ำกว่า 100 ราย ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูก และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์และปลูกข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่เพื่อเข้าสู่กระบวนการกลางน้ำ โดยอุทยานฯ ผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวด้วยคลื่นความถี่วิทยุ UTD RF (Uniform Thermal Distribution of Radio Frequency) โดยเป็นเทคโนโลยีที่สามารถกำจัดแมลงและไข่แมลงในข้าวได้ตลอดทั้งวงจรชีวิต ช่วยให้เก็บรักษาข้าวได้นานขึ้น รวมถึงไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของข้าว นับเป็นเทคโนโลยีทางเลือกหนึ่งที่สามารถทดแทนการใช้สารเคมีได้ และอุทยานฯ ยังส่งเสริมให้เกิดการกระจายเมล็ดพันธุ์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้  พร้อมสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์นวัตกรรมผ่านพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวก่ำสายพันธุ์ใหม่สู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการครั้งแรก  ในงานลานนา 4.0 พลิกโฉมเมืองเหนือด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ข้าวเหนียวดำดอยสะเก็ด บ้านลวงใต้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปต่อยอดขยายจำนวนเมล็ดพันธุ์ สร้างรายได้จากการจำหน่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ ให้แก่เกษตรกรต่อไป


[post:23 พฤศจิกายน 2561 13:43:16] (view: 297)

รูปภาพประกอบข่าว

คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
รองศาสตราจารย์ ดร.ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย อาจารย์นักวิจัยจากภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ สาขาวิชาพืชไร่
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
ดร.ปณิตา บุญสิทธิ์

Copyright © 2016 CMU Corporate Communication and Alumni Relations Center (CCARC), All rights reserved.